ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม เปิดงาน ศูนย์บันดาลไทย งานตลาดประชารัฐ ตลาดวัฒนธรรม เลาะเลย ดูวิถีไทเลย

Post by phitachon
on 26 July 2018
Hits: 484

วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 เวลา 17.00 น. ที่ลานวัฒนธรรม ตลาดเลาะเลย อำเภอเมืองเลย นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน ศูนย์บันดาลไทย งานตลาดประชารัฐ ตลาดวัฒนธรรม ถนนวัฒนธรรม เลาะเลย ดูวิถีไทเลย พร้อมด้วย นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายบรรพต ยาฟอง นายอำเภอเมืองเลย นางเยาวภา โตสงวน วัฒนธรรมจังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายวัฒนธรรม ประชาชน สื่อมวลชน ร่วมงาน
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า โครงการประชารัฐเป็นนโยบายสำคัญของรับบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้แก่ครอบครัว ชุมชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อยให้สามารถดำรงชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียง ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้นำมิติทางวัฒนธรรมมาบูรณาการร่วมกัน ภายใต้ชื่อ ตลาดประชารัฐ ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม มุ่งเน้นการมีส่วนของชุมชนท้องถิ่น โดยบูรณาการร่วมกับเครือข่ายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ นำประวัติศาสตร์วิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม ของชุมชนมาพัฒนาสร้างสรรค์ในรูปแบบสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนของชุมชนต่อไป 
นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ถนนสายวัฒนธรรม เลาะเลย ดูวิถีไทเลยตั้งอยู่บนถนนเจริญรัฐ ซึ่งเป็นถนนสายแรกของเมืองเลย สร้างขนานกับแม่น้ำเลย มีความสำคัญสำหรับชาวเมืองเลยทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และประวัติศาสตร์เมืองเลย เป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญๆ ในอดีตของจังหวัดเลย เช่น ศาลากลางจังหวัดเลย ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองเลย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จเยือนเมืองเลยครั้งแรก และประทับแรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2498 ในขณะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรจังหวัดเลย ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 6 – วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2498
ทั้งนี้ ตลาดเลาะเลย เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้วาระการขับเคลื่อนจังหวัดเลย (THAILOEI 4.0) โดยความร่วมมือของสำนักงานวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรม เทศบาลเมืองเลย จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิต การประกวดการแข่งขัน สับเปลี่ยนหมุนเวียน ทุกวันเสาร์ เวลา 16.00-21.00 น. สำหรับในวันนี้มีการประกวดสำรับอาหารพื้นบ้านไทเลย การประกวดส้มตำเลยเถิดเตลิดโลก ชิงถ้วยรางวัลผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม

ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง บ่อคัดแยกขยะอำเภอเชียงคาน

Post by phitachon
on 04 June 2018
Hits: 476

พันตำรวจโท พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีให้พิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรณีการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลในพื้นที่ป่าเขาแก้วและป่าดงปากชม ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 เวลา 09.30 น. ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ได้รับความเดือดร้อนและผู้ร้องเรียน ในกรณีลักลอบนำขยะมูลฝอยมาทิ้งในเขตพื้นที่ป่าเขาแก้วและป่าดงปากชม จากปัญหาดังกล่าวพบว่า ผู้ร้องเรียน เรื่องการจัดการขยะในบริเวณที่สาธารณะประโยชน์ที่ใช้จำนวน 35 ไร่ ซึ่งมีทั้งขยะเก่าและขยะใหม่ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นตามมา ซึ่งส่งผลให้ปัญหาด้านมลพิษ ซึ่งบริเวณที่ขัดแยกขยะไม่ได้มีการจัดการฝังกลบ หรือจัดการขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาขยะบางส่วนที่ผ่านกระบวนการขัดแยกแล้วไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ ส่งผลให้มีขยะเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งขยะใหม่ที่รอการคัดแยก ทำให้เกิดปัญหาขยะสะสมเพิ่มขึ้นตามลำดับ นอกจากนั้นยังมีประชาชนลักลอบนำขยะมาทิ้งบอขยะเดิมของ อบต.เชียงคาน ซึ่งปิดบ่อขยะแล้วและอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนป่าเขาแก้วและป่าดงปากชม หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ด้วย

ที่ประชุมได้หารือร่วมกัน สรุปแนวทางการบริหารขยะบ่อคัดแยกขยะอำเภอเชียงคาน ดังนี้ ระยะเร่งด่วน ทางเทศบาลเชียงคานซึ่งเป็นผู้ขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณสาธารณะ ได้ดำเนินการตั้งงบประมาณ 1,200,000 บาท เพื่อขุดหลุมบ่อฝังกลบ ตามมาตรฐานที่ถูกต้อง เพื่อฝังกลบขยะตกค้างจำนวน 4,000 ตัน ดำเนินการฝั่งกลบให้แล้วเสร็จ ระยะกลาง ต้องทำการฟื้นฟูในพื้นที่คัดแยกขยะให้มีสภาพที่เหมาะสม รวมถึงฟื้นฟูจัดการบริเวณพื้นที่ป่าสงวนให้กลับเป็นสภาพป่าเหมือนเดิม ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงคานได้จัดตั้งงบประมาณ เพื่อมอบให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลยเพื่อดำเนินการแล้ว

 

ด้านการดำเนินคดี กับผู้ลักลอบนำขยะมาทิ้งในเขตพื้นที่ป่าสงวนนั้น ซึ่งได้บูรณาการร่วมกับ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร และฝ่ายท้องถิ่น แจ้งความร้องทุกข์ ไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเชียงคาน สืบสวนสอบสวนดำเนินคดีต่อไป การแก้ไขปัญหาระยะยาว เนื่องจากอำเภอเชียงคาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีนักท่องเที่ยว ถึงปีละ 2,000,000 คน จึงมีประชากรแฝงที่นำขยะจำนวนมหาศาลเข้ามาในเขตพื้นที่ การบริหารจัดการขยะที่เป็นระบบจึงเป็นเรื่องสำคัญ จังหวัดเลยมีนโยบายลดขยะต้นทางสู่ปลายทาง ให้น้อยที่สุด ตามหลลัก 3 Rs จัดตั้งธนาคารขยะ คัดแยกขยะ จัดทำถังขยะอินทรีย์ครัวเรือน สถานที่ราชการ ชุมชน อย่างจริงจัง จะทำให้ขยะปลายทางที่เข้าสู่กระบวนการคัดแยกและฝังกลบอย่างถูกต้องตามสุขลักษณะ ลดลงถึง 70 % ซึ่งเป็นการดำเนินการภาพรวมทั้งจังหวัด และเชื่อแน่ว่าจะสามารถแก้ปัญหาและบริหารจัดการขยะในจังหวัดเลยได้อย่างแน่นอน

ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ชวนเที่ยวบุญข้าวจี่ ซิมข้าวแดกงา เว้าจาภาษาเลย

Post by phitachon
on 25 January 2018
Hits: 664

วันที่ 22 มกราคม 2561 เวลา 17.30 น. ที่ลานวัฒนธรรมตำบลนาอ้อ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญข้าวจี่ ซิมข้าวแดกงา เว้าจาภาษาเลย ครั้งที่ 17 ประจำปี 2561 พร้อมด้วย นายวิฑูรย์ วิมลเศรษฐ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเลย พลตรีชาญชัย เอมอ่อน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 28 นายโสภณ สุวรรณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ ปลัดจังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น นักท่องเที่ยว พี่น้องชาวเทศบาลนาอ้อ ผู้สื่อข่าว และแขกผู้มีเกียรติร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเลยกล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เทศบาลนาอ้อและชาวตำบลนาอ้อให้ความสำคัญกับการสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งสืบทอดกันมานานกว่า 450 ปี ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ เอกลักษณ์และรากเหง้าของชุมชน ทำให้ชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้อยู่และสืบทอดต่อ ๆ กันไปจากรุ่นสู่รุ่น

ด้านนายก้าน กุณะวงษ์ นายกเทศมนตรีตำบลนาอ้อ กล่าวว่า พี่น้องชาวตำบลนาอ้อพร้อมคณะกรรมการ ได้ร่วมกันจัดงานประเพณีบุญข้าวจี่ ซิมข้าวแดกงา เว้าจาภาษาเลย ครั้งที่ 17 ประจำปี 2561 ซึ่งชุมชนบ้านนาอ้อเป็นชุมชนเมืองกึ่งชนบท เป็นชุมชนเก่าแก่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานกว่า 450 ปี มีสถาปัตยกรรมบ้านไทเลยโบราณที่ยังคงรักษาเอาไว้อย่างสมบูรณ์หลายสิบหลัง มีวิถีชีวิตที่เป็นวัฒนธรรมสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพชนที่ยังเหนียวแน่น มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีการเอื้ออาทรต่อกันในการดำรงชีวิตของคนในชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด จนเป็นวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อให้เกิดความอบอุ่น มั่นคง มีภาษาพูดที่เป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ เดิมทีนั้นคนนาอ้อเป็นชนเผ่าไทลื้อ มีผู้นำทางจิตวิญญาณคือ ร่างทรงมเหศักดิ์หลังบ้านศาลเจ้าปู่คำแดงชาวไทลื้อ 12 ปันนาของจีนและหลวงพระบางของลาวคือ เจ้าหลวงคำแดงซึ่งการจัดงานประเพณีบุญข้าวจี่ ซิมข้าวแดกงา เว้าจาภาษาเลย ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น ให้คนในชุมชนและเยาวชนคนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงรากเหง้าของความเป็นชุมชนคนนาอ้อ มีกิจกรรมต่าง ๆประกอบด้วย พิธีพุทธาภิเษกพระพุทธเมตตา บารมีพุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ลานวัฒนธรรมตำบลนาอ้อ พิธีอัญเชิญมเหศักดิ์หลังบ้านศาลเจ้าปู่คำแดงมาสมโภชน์ และการแสดงวัฒนธรรมประเพณีของคนนาอ้อทั้ง 10 ชุมชน

 

ขอเชิญนักท่องเที่ยว เที่ยวชมงานประเพณีบุญข้าวจี่ ซิมข้าวแดกงา เว้าจาภาษาเลย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 มกราคม 2561 ที่ลานวัฒนธรรมเทศบาลตำบลนาอ้อ อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย

ผู้ว่าราชการจังหวัด เลย เปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวทุ่งซากุระที่ภูลมโล "สัมผัสอากาศหนาว เคล้าทะเลหมอก ดูสนสามใบ ชมภูเขาสีชมพู@ภูลมโล" ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย

Post by phitachon
on 22 January 2018
Hits: 857

ที่ภูลมโล ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยนางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเลย และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวทุ่งซากุระ (นางพญาเสือโคร่ง) ที่ภูลมโล ซึ่งใช้ชื่อว่า "สัมผัสอากาศหนาว เคล้าทะเลหมอก ดูสนสามใบ ชมภูเขาสีชมพู@ภูลมโล" ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยมีนายประยูร อรัญรุท นายอำเภอด่านซ้าย กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการอำเภอ นายก ทต.ศรีสองรัก นายก อบต.กกสะทอน ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ อบต.กกสะทอน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลกกสะทอน ชมรมท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน เจ้าหน้าที่อุทยานภู่หินร่องกล้า สื่อมวนชน พี่น้องประชาชนชาวด่านซ้าย และนักท่องเที่ยวร่วมพิธีเปิดงานอย่างเรียบง่ายประหยัดใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่แฝงด้วยคุณค่าถึงเสน่ห์ของธรรมชาติของทุ่งซากุระผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของด่านซ้าย ซึ่งทุ่งซากุระ มีเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ แสนกว่าต้น จะบานตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ มีประมาณ 11 แปลง ซึ่งจะบานไม่เท่ากันจะทยอยบานไปแต่ละแปลง ซึ่งจะชมได้ตลอด 3 เดือน และขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ ส่วนปีนี้จะบานพร้อมกันหลายแปลงประมาณ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์

 

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ได้นำเอาการแสดงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นเข้ามาผสมผสานกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว และกลมกลื่นทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมคือการแสดงของผีตาโขนหนึ่งเดียวในโลกและการแสดงของชาวเผ่าม้งหนึ่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของท้องถิ่น 2.เพื่อส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลเรื่องประชารัฐ 3.เพื่อดำเนินการเป็นไปตามวาระการขับเคลื่อนจังหวัดเลย (THAILOEI 4.0) "Tourism and Sports" (เลยเมืองแห่งการท่องเที่ยวและกีฬา) "Open Town to Arts and Culture" (เลยเมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรม)

ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ดันกาแฟเลยสู่ตลาดสากล บนเวทีแลกเปลี่ยนของนักธุรกิจผู้ผลิตผู้แปรรูป

Post by phitachon
on 06 March 2018
Hits: 373

วันที่ 5 มีนาคม 2561 เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเลยพาวิลเลี่ยน ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยนางเกษศิน ลำมะยศ เกษตรจังหวัดเลย กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผู้ผลิตและแปรรูปกาแฟในพื้นที่จังหวัดเลย ร่วมพูดคุยและหาแนวทาง ในการผลักดันกาแฟจังหวัดเลยให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ซึ่งเป็นพืชผลทางการเกษตรที่จังหวัดเลยหันมาปลูกเพิ่มขึ้น สร้างตลาดใหม่เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายกาแฟสู่สากล

 

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ และอากาศที่ดีมากเหมาะกับการปลูกพืชกาแฟเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ผลผลิตที่ออกมามีคุณภาพและได้ผลผลิตดีวันนี้จังหวัดเลยได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับกลุ่มนักธุรกิจ ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้จำหน่าย กาแฟในพื้นที่จังหวัดเลย ได้แลกเปลี่ยนและแชร์ประสบการณ์ระหว่างกัน โดยจะคุยกันระหว่างกลุ่มผู้ปลูก ว่าจะปลูกและดูแลกาแฟที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดเลยอย่างไร ให้ได้ผลผลิตดี มีคุณภาพดีตรงตามความต้องการของผู้บริโภคและตลาด จะแปรรูปอย่างไร ความต้องการของตลาดทั่วไป เป็นอย่างไร ตลาดผู้บริโภครู้จักกาแฟจากจังหวัดเลยเราขนาดไหน จะขยายตลาดกันอย่างไร เมื่อได้มีเวทีคุยกันทั้ง 3 ส่วน ลงตัวแล้ว จะช่วยทำให้กาแฟจังหวัดเลยเป็นสินค้าสำคัญอีกตัวหนึ่งที่จะสร้างรายได้ที่ดีอีกทางหนึ่ง จนมีการพัฒนานำไปสู่สินค้าคุณภาพระดับ พรีเมี่ยมได้ ซึ่งจะส่งผลดีด้านรายได้ ราคาที่สูงตามคุณภาพที่เราพัฒนาอีกด้วย พื้นที่ปลูกกาแฟของจังหวัดเลยกระจายอยู่ทุกพื้นที่ ทั้ง 14 อำเภอ ในด้านการส่งเสริมจากส่วนราชการนั้น ทางราชการจะเข้ามาส่งเสริมการปลูกกาแฟที่มีคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ เน้นการปลูกที่ปลอดสารให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากกว่า ให้ตรงตามความต้องการของตลาดโดยยึดเอาเวทีการพบปะพูดคุยของกลุ่มนักธุรกิจผู้ผลิตและแปรรูปกาแฟวันนี้เป็นหลัก เพื่อที่จะได้ควบคุมจำนวนและคุณภาพได้ เมื่อมีคุณภาพดี ราคาก็จะดีตามมา เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาที่วันนี้เราให้ทั้ง 3 ส่วนมาเจอกัน และการพูดคุยกันบนพื้นฐานของพืชที่ประชาชนปลูกอยู่ ส่วนทางราชการจะนำไปทำให้ดีขึ้นอย่างไรนั้น ผมอยากจะฟังทางพี่น้องประชาชนว่า ส่วนคนที่ปลูก คนแปรรูป และคนที่ทานกาแฟ มีแนวความคิดอย่างไร แล้วราชการถึงจะไปเสริมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเราไม่อยากให้เร่งปลูก เร่งผลิต แต่ไม่ตรงตามความต้องการของตลาด ดังนั้น เราจะถือเอาสิ่งที่เราคุยกันในวันนี้เป็นเกณฑ์ในการที่จะให้ทางราชการได้เข้ามามีส่วนช่วยเหลือต่อไป กาแฟที่เกษตรนิยมปลูกส่วนใหญ่คือพันธุ์โรบัสต้าและอรามิก้า มีผลผลิตออกสู่ตลาดปีละประมาณ 20 ตัน ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งมีต้องการกว่า 50 ตันต่อปี ตลาดยังเปิดกว้างอีกมาก ต้องมาดูข้อมูลการปลุก จำนวนพื้นที่ ผลผลิตออกสู่ตลาด ดูความต้องการของผู้ดื่มกาแฟ ว่าต้องการแบบไหนปริมาณเท่าไร ที่สำคัญต้องเน้นมีคุณภาพด้วย เนื่องจากกาแฟเป็นสินค้าในระดับสากลทั่วโลกบริโภค